<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="0.92">
<channel>
	<title>Romebé Inc. Follow you ' till your dreams -- Photos and Guide</title>
	<link>http://www.romebe.com</link>
	<description>Romebé Inc. (Travel Guide and Photos)</description>
	<lastBuildDate>Mon, 12 Apr 2010 03:07:40 +0000</lastBuildDate>
	<docs>http://backend.userland.com/rss092</docs>
	<language>th</language>
	<!-- generator="WordPress/3.0" -->

	<item>
		<title>ไทยโกงไทย Southern Plus Travel</title>
		<description><![CDATA[ประสบการณ์โดนโกงที่น่าเจ็บใจที่สุด คงหนีไม่พ้นกับการซื้อแพ็คเก็จทัวร์ครั้งแรกของผมกับบริษัท เซาเธิร์น พลัส Southern Plus Travel เพราะปกติจะไม่สนอยู่แล้วกับพวกขายทัวร์ ชอบบุกตะลัยเองมากกว่า แต่คราวนี้อยากไปแบบสบายๆแถมเป็นการลงใต้ชมความงามของทะเลไทยครั้งแรกในชีวิตอีกด้วย

แต่จะทำอย่างไรได้ เพราะมารู้ก่อนเดินทางวันเดียว ตั๋วเครื่องบินก็จ่ายตังค์ไปแล้ว ถ้าไม่ไปเที่ยวก็ยิ่งเจ็บใจ ก็เลยต้องเที่ยวแบบเจ็บใจๆไปนั่นแหละ และก็ต้องยอมรับครับว่า ทะเลไทย นั้นสวยงามไม่แพ้ทะเลไหนๆในโลกเลยจริงๆ  แต่เจ็บใจครับ ทำไมคนไทยด้วยกันยังมาโกงกันแบบนี้
วันนี้ก็เลยรวบรวมข่าวที่เกี่ยวข้องกับความเลวของมันไว้ตรงนี้ครับ

เจ้าของบริษัททัวร์ยอมจ่ายค่าเสียหายผู้ซื้อแพ็กเกจท่องเที่ยว 21 ราย
http://www.southernplustravel.com
ทัวร์เถื่อน เหลือบร้ายทำลายท่องเที่ยวไทย 18 มกราคม 2553
ททท. เปิดศูนย์ร้องเรียน ผู้ที่ถูกฉ้อโกงหลอกซื้อแพ็คเกจทัวร์ 15 มกราคม 2553 
ออกหมายเรียกเจ้าของทัวร์ตุ๋นเที่ยวกระบี่ ชี้ 15 วันไม่มาเจอหมายจับ 11 มกราคม 2553
แจ้งจับ บ.ทัวร์ตุ๋นเงินซื้อแพกเกจเที่ยวกระบี่ในงาน ททท. 10 มกราคม 2553
บ.ทัวร์ตุ๋นซื้อแพ็คเก็จเที่ยวกระบี่ เชิดหนีนับล้าน 10 มค. 2553
ช่วยด้วยโดนบริษัททัวร์ ชื่อ บจก.เซาเธิร์น พลัส ทราเวล โกงค่ะ
http://news.nipa.co.th/news.action?newsid=189176
http://www.siamrath.co.th/UIFont/NewsDetail.aspx?cid=103&#38;nid=54554
http://www.domesticthailand.com/index.php?lay=boardshow&#38;ac=webboard_show&#38;WBntype=2&#38;Category=domesticthailandcom&#38;thispage=1&#38;No=1273840
http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E8731460/E8731460.html
http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E8653657/E8653657.html
http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E8649490/E8649490.html

จะคอยดู ททท ว่าจะออกมาช่วยอะไรได้บ้าง สนับสนุนให้เที่ยวกันภายในประเทศ แล้วทำไมยังปล่อยให้บริษัทเลวๆอย่างนี้มาเปิดบูทขายแพ็คเก็จโกงๆไปทั่วรวมทั้งในงานของตัวเอง !!

]]></description>
		<link>http://www.romebe.com/2010/01/11/%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-southern-plus-travel/</link>
			</item>
	<item>
		<title>ทะเลหมอกที่เขาค้อ</title>
		<description><![CDATA[สิ่งที่มีชื่อเสียงที่สุดในเขาค้อคงไม่พ้น &#8220;ทะเลหมอก&#8221; อย่างแน่นอน กับบรรยากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งปี จึงทำให้เขาค้อได้รับการขนานนามว่าเป็นสวิสเซอร์แลนด์เมืองไทย (อีกแห่งหนึ่ง)
หลังจากได้มีโอกาสไปเยือนเขาค้อมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ไม่ได้ไปชมทะเลหมอก เนื่องจากไปกับที่ทำงาน มาคราวนี้จึงขับรถไปเองและตั้งความหวังไว้อย่างเต็มเปี่ยมว่าจะไปดูทะเลหมอกให้ได้&#8230;

และการเดินทางครั้งนี้ก็ไม่ทำให้พวกเราผิดหวัง ทะเลหมอกมีให้ชมกันอย่างเต็มอิ่มตั้งแต่ตื่นเช้ามาประมาณตี 5 ครึ่ง จนค่อยๆจางหายไปประมาณ 9 โมง   มีที่พักให้เลือกมากมาย ใครชอบแนวลุยๆหน่อยก็กางเต้นได้เลย หรือจะรีสอร์ทก็ได้ แต่แนะนำว่าลีกเลี่ยงช่วงเทศกาลหยุดยาวก็จะดีหน่อย พวกเราเดินทางไปเยือนเมื่อวันเสาร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2552 หนาวกำลังดี คนยังไม่เยอะ ได้ใจสุดๆ เสียดายช่วงกลางคืน กลุ่มคนจากรีสอร์ทอื่นร้องเพลงผ่านเครื่องเสียงกลางแจ้ง เสียงดังตลอดคืน ถ้าร้องในห้องเก็บเสียงก็ว่าไปอย่าง น่าจะเคารพผู้อื่นและธรรมชาติกันหน่อย เสียงดังไปทั้งเขาค้อเลย แต่ว่าไม่ต้องเซ็งอะไรมาก ถือว่ามีคนร้องเพลงให้ฟัง -_-;
ก่อนเดินทางมาถึงเขาค้อ พวกเราแวะไปชมทุ่งทานตะวันที่บึงสามพันมาก่อนด้วย เข้าไปอ่านรายละเอียดได้ที่ ชมทุ่งทานตะวันที่บึงสามพัน 
จึงนับว่าการเดินทางเยือนเพชรบูรณ์ครั้งนี้สุดคุ้มเลยจริงๆ
ที่ตั้งและการเดินทาง
หากเดินทางจากกรุงเทพฯ ให้ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1 มุ่งไปจังหวัดสระบุรี จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 21 เดินทางต่อไปยังจังหวัดเพชรบูรณ์ ผ่านอำเภอวิเชียรบุรี และเมื่อถึงอำเภอบึงสามพัน สามารถเลี้ยวขวาไปชมทุ่งทานตะวันได้ แต่ทางจะวิบากนิดหน่อย หรือถ้าไม่แวะก็มุ่งหน้าตรงเข้าตัวเมืองเพชรบูรณ์ได้เลย เมื่อเลยตัวเมืองก็เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2302 ทางส่วนนี้เป็นทางขึ้นเขาลงเขานิดหน่อย มีทางโค้งตลอดทาง จึงควรใช้ความระมัดระวังในการขับขี่ ระหว่างทางก็มีอะไรให้เล่นด้วยที่ เนินมหัศจรรย์ แปลกดีครับ ไปลองเล่นดูได้จ้า ระยะทางช่วงนี้ไม่เกิน 50 ก.ม. 
ข้อมูลเพิ่มเติมหรือคำถามเกี่ยวกับเพชรบูรณ์ ลองเข้าไปที่เว็บนี้ครับ http://www.tourphetchabun.com/ ดีมากเลย









]]></description>
		<link>http://www.romebe.com/2009/12/04/%e0%b8%97%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%ad/</link>
			</item>
	<item>
		<title>ตะลุยทุ่งทานตะวันบึงสามพัน</title>
		<description><![CDATA[หากพูดถึงจังหวัดเพชรบูรณ์ คงไม่ปฏิเสธว่ามะขามหวานเพชรบูรณ์เป็นสิ่งที่เชิดหน้าชูตาให้กับจังหวัดมาเป็นเวลาช้านาน แต่หากพูดถึงการท่องเที่ยว แน่นอนว่าคนส่วนใหญ่นึกถึง &#8220;เขาค้อ&#8221; เนื่องจากเป็นอีกแห่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวขนานนามว่าเป็นสวิสเมืองไทยเลย แต่วันนี้ Romebé พอพร้อมกับสถานที่เที่ยวอีกแห่งที่น่าสนใจในจังหวัดเพชรบูรณ์ หากใครตั้งใจจะไปเขาค้อจากกรุงเทพฯ ก็ลองแวะเวียนไปชมได้ รับรอง สวยไม่แพ้ทุ่งทานตะวันที่อื่นเหมือนกัน &#8220;ทุ่งทานตะวันที่บึงสามพัน&#8221;

ที่ตั้งและการเดินทาง
ตั้งอยู่ในเขตตำบลสระแก้ว อำเภอบึงสามพัน จังหวัดเพชรบูรณ์
หากเดินทางจากกรุงเทพฯ ให้ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1 มุ่งไปจังหวัดสระบุรี จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 21 เดินทางต่อไปยังจังหวัดเพชรบูรณ์ ผ่านอำเภอวิเชียรบุรี และเมื่อถึงอำเภอบึงสามพัน ให้เลยตัวอำเภอไปอีก 3 กิโลเมตร จะมีทางแยกไปยังจังหวัดชัยภูมิ และมีป้ายบอกว่าทุ่งทานตะวัน ให้เราใช้เส้นทางนี้ตรงไปประมาณ 20 กิโลเมตร ผ่านตำบลกันจุ จะพบทางแยกไปตำบลสระแก้ว ให้เลี้ยวซ้ายเข้าไปประมาณ 8 กิโลเมตร ผ่านสำนักงานบริหารส่วนตำบลจะพบทางแยกให้ไปแยกขวา จากนี้ทางจะขึ้นเขา และเป็นลูกรังบางช่วง วิวสวยมาก ขับไปเรื่อยๆก็จะเจอทุ่งทานตะวันผืนมหึมาอยู่ทั้งสองข้างทาง คำเตือน : กรุณาขับขี่อย่างระมัดระวัง









]]></description>
		<link>http://www.romebe.com/2009/12/02/%e0%b8%95%e0%b8%b0%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b2/</link>
			</item>
	<item>
		<title>ภาพเด็กๆ แบบเด็ดๆ สไตล์กล้องฟิล์ม</title>
		<description><![CDATA[วันนี้นั่งมองภาพเก่าๆในอัลบั้มเก่าๆ สมัยที่ยังไม่ได้ใช้กล้องดิจิตัล มองดูก็สวยดีไปอีกแบบ จำได้ว่าเมื่อก่อนต้องลุ้นกับเพื่อนๆตลอดเวลาที่รอภาพอัดลงกระดาษ ว่าภาพของพวกเราจะออกมาเป็นอย่างไร ก็สนุกได้อารมณ์ไปอีกแบบนะ วันนี้จึงขอนำภาพเก่าๆสวยๆสไตล์กล้องฟิล์มมาให้ดูกัน โดยเป็นการรวมภาพเด็กๆ น่ารักๆ ตอนที่เรียนอยู่ที่ประเทศฝรั่งเศสจ้าา

ภาพเหล่านี้ถูกถ่ายด้วยกล้องสุดคลาสสิคอย่าง ASAHI PENTAX SP2 และ CANON A1 แล้วนำมาแสกนเข้าคอมพิวเตอร์ด้วย จึงทำให้ภาพอาจไม่ค่อยใสอย่างภาพชุดก่อนๆ แต่ก็ได้อารมณ์ความงามแบบเก่าๆที่น่าหลงใหล
จะว่าไปแล้ว การถ่ายภาพด้วยกล้องฟิล์มนั้นมีเสน่ห์และคุณค่าอย่างยิ่งนะ ทุกภาพจะถูกบรรจงถ่ายด้วยความตั้งใจ เพราะค่าล้างรูปมันแพง ฮาๆๆ แต่พอยุคกล้องดิจิตัลเข้ามา ภาพที่ได้ออกมาในแต่ละครั้งที่นำกล้องติดตัวไปกลับออกมาเหมือนไม่ได้ตั้งใจถ่าย ก็งี้แหละ ยิ่งมีโอกาสมาก เราก็ยิ่งทำพลาดเยอะ 
เห็นแบบนี้คงต้องหยิบกล้องตัวเก่งรุ่นดึกออกมาัปัดฝุ่นออกเดินสายอีกครั้งแล้วสิ  
]]></description>
		<link>http://www.romebe.com/2009/09/13/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%86-%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b9%86-%e0%b8%aa%e0%b9%84%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b9%8c%e0%b8%81/</link>
			</item>
	<item>
		<title>ชมทะเลสาบที่คาวากูจิ</title>
		<description><![CDATA[วันจันทร์ที่สามของเดือนกรกฎาคม &#8220;วันแห่งทะเล&#8221; (Umi no Hi) และเป็นวันหยุดของประเทศญี่ปุ่น เทศกาลนี้มีเพื่อให้ชาวญี่ปุ่นเห็นความสำคัญของท้องทะเลที่ผูกพันธ์กับชีวิตของพวกเขามาตั้งแต่อดีต โดยเทศกาลนี้ถูกจัดให้เป็นวันหยุดครั้งแรกเมื่อปี 1995 นี้เอง โดยตรงกับวันที่ 20 กรกฎาคม แต่ภายหลังเปลี่ยนให้เป็นวันจันทร์ที่สามของเดือนกรกฎาคมจนถึงปัจจุบัน
สำหรับภาพวันนี้ไม่ได้เกี่ยวกับ Umi no Hi สักเท่าไร เพียงแต่วันที่เก็บภาพพวกนี้มาได้ เผอิญตรงกับเทศกาลนี้พอดี ซึ่งผมได้มีโอกาสไปเที่ยวทะเลกับเค้าเหมือนกัน แต่เป็นทะเลสาบนะครับ&#8230;   &#8220;ทะเลสาบคาวากูจิ&#8221;


หากพูดถึงทะเลสาบคาวากูจิ (河口湖, Kawaguchiko Lake) ผู้คนมักจะนึกวิวของภูเขาไฟฟูจีไปด้วย เนื่องจากเราสามารถมองเห็นทัศนียภาพของภูเขาไฟฟูจีได้จากเมืองนี้ทั้งเมือง ไม่ว่าจะในตัวเมือง หรือระหว่างล่องทะเลสาบ หรือจะถึงกระเช้าลอยฟ้าขึ้นไปที่ยอดเขาสูงสุดของเมือง และยังเป็น 1 ใน 5 ทะเลสาบรอบภูเขาไฟฟูจีอีกด้วย แต่ไม่อยากจะบอกจริงๆเลยว่า วันที่พวกเราเดินทางไปเยือนเมืองแห่งนี้นั้น พวกเราไม่เห็นยอดภูเขาไฟฟูจีครับ เพราะหมอกลงจัดเหลือเกิน -_-&#8221; แต่ก็ได้ภาพสวยๆของทะเลสาบมาแทน
ที่ตั้งของทะเลสาบ
เมือง : Fujikawaguchiko (富士河口湖町), Yamanashi Prefecture
และเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติ ฟูจี ฮาโกเนะ อิซู (Fuji-Hakone-Izu)
สูงกว่าระดับน้ำทะเล 830 เมตร
ภาพ
]]></description>
		<link>http://www.romebe.com/2009/09/05/%e0%b8%8a%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b9%e0%b8%88%e0%b8%b4/</link>
			</item>
	<item>
		<title>วิวกลางคืนกับโตเกียวทาวเวอร์</title>
		<description><![CDATA[หากใครได้มีโอกาสไปเยือนกรุงโตเกียว คงไม่มีใครไม่เห็น &#8220;โตเกียวทาวเวอร์&#8221; อย่างแน่นอน เพราะด้วยความสูงถึง 333 เมตร ทำให้หอคอยแห่งนี้สูงเด่น มองเห็นได้จากหลายๆจุดในเมืองโตเกียว เรียกได้ว่าสูงกว่า &#8220;หอไอเฟล&#8221; แห่งกรุงปารีสในฝรั่งเศสเสียด้วยซ้ำ แต่เนื่องจากที่ตั้งและบริเวณโดยรอบหอที่เต็มไปด้วยตึกรามบ้านช่อง จึงทำให้โตเกียวทาวเวอร์ดูไม่ค่อยโดดเด่นเป็นสง่าเท่าหอจากฝั่งยุโรป แต่โตเกียวทาวเวอร์ก็จัดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีผู้เยี่ยมชมมากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น&#8230;

ข้อมูลเบื้องต้น
เริ่มก่อสร้าง :	มิถุนายน 1957
ก่อสร้าง :	1957–58
เปิดใช้งาน : 23 ธันวาคม 1958
ออกแบบโดยสถาปิกที่ชื่อ ทาจู ไนโต (Tachū Naitō)
โดยเป็นหอสังเกตการณ์ หอกระจายคลื่นวิทยุ หอสัญญาณโทรทัศน์ และต้อนรับนักท่องเที่ยวประมาณ 3 ล้านคนต่อปี
ที่ตั้ง
โตเกียว ทาวเวอร์ ตั้งอยู่ในสวนชิบะ เขตมินะโตะ ในกรุงโตเกียว
4-2-8 Shiba-Koen, Minato-ku, Tokyo 105-0011
สำหรับภาพในวันนี้ เป็นการรวมภาพ &#8220;โตเกียว ทาวเวอร์&#8221; ยามค่ำคืน ซึ่งมีการเปิดไฟประดับอย่างสวยงาม จนทำให้สถานที่แห่งนี้ซึ่งในเวลากลางวันอาจดูเหมือนหอกระจายคลื่นวิทยุหรือสัญญาณโทรทัศน์ธรรมดา กลายเป็นหอคอยที่ดูสวยงามขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์

Tokyo Tower มองจากชั้น 14 ของโรงแรมอะนา (ANA InterContinental Hotel) คืนนี้เปิดไฟหลายสี

อีกภาพจากชั้น 14 ของ ANA InterContinental Hotel

มองจากในห้องพัก

วันนี้เปิดไฟแบบธรรมดา

ดูใกล้อีกนิด

วิวจากชั้น 14 อีกเช่นเคย

หลังจากนั่งมองมาหลายคืน คืนนี้ขอเดินไปดูใกล้ๆหน่อยทาง

มองภาพนี้ผ่านๆ อาจคิดว่าเป็นหอไอเฟล

ซูมเข้าไปอีกนิด

มุมนี้ก็สวยอีกแบบนะ

มุมนี้ก็คล้ายๆหอไอเฟลนะ

มองผ่านแมกไม้ก็เก๋อีกแบบ

มองไกลๆ ยามเช้ามองจาก Tokyo Metropolitan Government Office
ใครได้มีโอกาสไปเยือนโตเกียว ก็ลองแวะไปเยี่ยมชมโตเกียวทาวเวอร์ดูนะครับ เที่ยวแบบสบายๆ ไม่ต้องรีบร้อนแบบชาวเมืองโตเกียวเค้าล่ะ รับรองสนุกและประทับใจอย่างแน่นอน  
]]></description>
		<link>http://www.romebe.com/2009/08/31/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%82%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b2/</link>
			</item>
	<item>
		<title>คิงกะกุจิ วัดศาลาทอง แห่งเกียวโต</title>
		<description><![CDATA[บรรยากาศอันร่มรื่นภายใต้ร่มไม้ยามเช้า เงียบสงบ กับอากาศสบายๆ ทำให้จิตใจของเราสงบนิ่งและสบายตามไปด้วย..
หลังจากห่างหายการอัพเดทที่เที่ยวสวยๆมานาน อันเนื่องมากจากติดภาระกิจอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น วันนี้เลยถือโอกาสนำภาพสวยๆ ของที่เที่ยวยอดนิยมแห่งหนึ่งของ &#8220;เมืองเกียวโต&#8221; และประเทศญี่ปุ่นมาให้ชมกันซะเลย นั่นก็คือ &#8220;คิงกะกุจิ&#8221; หรือ &#8220;วัดศาลาทอง&#8221; นั่นเอง

&#8220;คิงกะกุจิ&#8221; หรือ &#8220;วัดศาลาทอง&#8221; คือชื่อที่นักท่องเที่ยวเรียก &#8220;วัดโระคุอง&#8221; (โระคุองจิ) เนื่องจากมีจุดขายที่มีชื่อเสียงโด่งดังนั่นก็คือศาลาทองริมน้ำในบริเวณสวน จนจะเรียกได้ว่าคนส่วนใหญ่รู้จักชื่อ &#8220;คิงกะกุจิ&#8221; มากกว่าชื่อวัดจริงๆเสียอีก
วัดโระคุองถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1397 โดยโชกุนอาชิคางะ โยชิมิตสึ ไว้ใช้เป็นที่พำนักหลังเกษียณ ซึ่งต่อมาผู้เป็นบุตรชายได้เปลี่ยนแปลงให้เป็นวัดนิกายเซนสายรินไซ
สิ่งที่ำทำให้วัดโตะคุองมีชื่อเสียงโด่งดังคือศาลาทองคำซึ่งตั้งอยู่ริมน้ำในบริเวณสวนของวัด โดยภายนอกของศาลาถูกตกแต่งด้วยทองคำบริสุทธิ์เหลืองอร่ามทั้งตัวศาลายกเว้นชั้นล่าง ศาลาใช้เป็นที่ประดิษฐานของพระธาตุของพระพุทธเจ้า โดยส่วนยอดของหลังคามีรูปปั้นของ Fenghuang หรือนกฟินิกส์จีนทองคำ
หากมองในด้านสถาปัตยกรรมของศาลาทองแห่งนี้ ประกอบไปด้วยสถาปัยกรรม 3 แบบ คือชั้นล่างเป็นสถาปัตยกรรมแบบชินเดน-ซูกูริ (Shinden-zukuri) ตามแบบพระราชวังในยุคเอฮัง ขึ้นมาอีกหนึ่งชั้นเป็นแบบบูเค-ซูกูริ (Buke-zukuri) หรือสไตล์บ้านซามูไร ส่วนชั้นบนสุดเป็นแบบคาราโย (Karayō) หรือตามแบบวัดเซน
เหตุการณ์สำคัญในยุคปัจจุบัน

ค.ศ. 1950 ศาลาทองโดนเผาทั้งหลังโดยพระรูปหนึ่งซึ่งมีปัญหาทางจิต
ค.ศ. 1955 มีการสร้างศาลาทองขึ้นมาใหม่โดยเหมือนเดิมทุกประการ ซึ่งคือศาลาทองที่เห็นอยู่ในทุกวันนี้
ค.ศ. 1987 มีการบูรณะศาลาทองโดยใช้ทองคำเปลว
ค.ศ. 1994 ได้รับการรับรองให้เป็นมรดกโลกโดย UNESCO

ที่ตั้ง
1 Kinkakuji-chō, Kita-ku, Kyōto, Kyoto Prefecture
ภาพบริเวณวัดและสวน

ทางเข้าวัด

บรรยากาศร่มรื่นจริงๆ

ศาลาทองคำริมน้ำ ในบริเวณสวน

คิงกะกุ  Kinkaku-ji


เดินอ้อมน้ำมาก็ดูอีกมุมหนึ่งของศาลา

เดินไปเรื่อยๆตามสวนรอบๆศาลา

ในสวน แต่ไม่รู้ว่าเขียนว่าอะไรนะ   

อีกมุมระหว่างการเดินทางชมสวน

มองผ่านสวนออกมาเห็นศาลา
ใครได้มีโอกาสไปเืยือนเมืองหลวงเก่าของญี่ปุ่นอย่างโตเกียว ก็อย่าลืมไปเยี่ยมชมวัดโระคุออง หรือวัดคิงกะกุ แห่งนี้ด้วยนะครับ
]]></description>
		<link>http://www.romebe.com/2009/08/09/%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%88%e0%b8%b4-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88/</link>
			</item>
	<item>
		<title>วัดร่องขุ่น แห่งเมืองเจียงฮาย</title>
		<description><![CDATA[เชียงราย จังหวัดเหนือสุดของประเทศไทย ที่ใครได้ไปเยือนเป็นอันต้องหลงใหลในความงามของธรรมชาติ วัฒนธรรม รวมถึงผู้คนชาวเมืองเหนือ เรียกได้ว่ามีความประทับใจทุกครั้งที่ได้ไปเยือนจริงๆ เชียงรายมีชายแดนทางทิศเหนือติดกับแคว้นเชียงตุง ประเทศพม่า และทิศตะวันออกจดทิวเขาหลวงพระบางซึ่งปันเขตแดนไทยกับลาว มีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญมากมาย อาทิเช่น พระดำหนักดอยดุง สามเหลี่ยมทองคำ ย่านการค้าชายแดน(แม่สาย) ภูชีฟ้า ดอยแม่สลอง เวียงกาหลง เป็นต้น แต่สถานที่ที่เรากำลังจะแนะนำในวันนี้ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่กำลังจะกลายเป็นอีกหนึ่งในสถานที่ยอดนิยมของจังหวัดเชียงราย นั่นก็คือ &#8230;.. &#8220;วัดร่องขุ่น&#8221;

วัดร่องขุ่น ออกแบบและก่อสร้างโดยอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ จิตรกรที่มีฝีมือเป็นที่ยอมรับท่านหนึ่งของประเทศไทย เป็นชาวหมู่บ้านร่องขุ่น จังหวัดเชียงราย ซึ่งปรารถนาจะสร้างวัดให้เหมือนเมืองสวรรค์ที่มนุษย์สัมผัสได้ วัดแห่งนี้เริ่มสร้างเมื่อ พ.ศ. 2540 จากเดิมมีเนื้อที่ 3 ไร่ ได้ซื้อที่ดินเพิ่มและมีผู้บริจาคคือคุณวันชัย วิชญชาคร จนปัจจุบันมีเนื้อที่ 9 ไร่ และมีพระกิตติพงษ์ กัลยาโณ รักษาการเจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน
โดยจุดเด่นของวัดร่องขุ่นอยู่ที่การใช้สีขาวเป็นสีหลัก หรือเรียกได้ว่าเป็นสีเดียวของวัดแห่งนี้ และลวดลายอันวิจิตรตระการตา แต่ต้องยอมรับว่าลวดลายดูแปลกมากและไม่คุ้นตา คนที่รักในศิลปะคงจะชื่นชอบและใช้เวลากับการชมวัดกันทั้งวันแน่นอน แต่สำหรับคนที่ไม่ได้หัวศิลป์ซักเท่าไร(อย่างเรา ฮิๆๆ) ก็คงจะตื่นเต้นกับสีและลวดลายแปลกๆในช่วงแรกๆ แต่พอพินิจพิเคราะห์ไปซักพักก็ชักจะตาลาย   เพราะลายที่อาจารย์เฉลิมชัยทำไว้ ดูสับสนน่ากลัวอย่างบอกไม่ถูก (สงสัยจะเข้าวัดไม่ได้)
หลังจากมีการเริ่มสร้างวัดร่องขุ่นขึ้นจนถึงปัจจุบันใช้เงินในการก่อสร้างราวๆ 180 ล้านบาท และคาดว่าจะสร้างอุโบสถ 9 หลังจนเสร็จสมบูรณ์ด้วยเวลาทั้งสิ้น 60 &#8211; 70 ปี  (ขอบพระคุณข้อมูลจาก wikipedia)
การเข้าชม
จากตัวเมือง ให้ขับรถไปทาง ตำบลป่าอ้อดอนชัย ประมาณ 12 กิโลเมตร บนหลักกิโลเมตรที่ 817-818 ตรงสามแยกไฟแดงทางเข้าน้ำตกขุนกรณ์ รับรองว่าหาง่าย หากหลงทางก็ถามชาวบ้านแถวนั้นได้ทุกคน ชาวเจียงฮายน้ำใจ๋งาม
หรือโทรศัพท์ไปถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 0-5367-3579, 0-5367-3539
โดยตัววัดเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 6.30 &#8211; 18.00 น.
และห้องแสดงภาพ : เปิดให้เข้าชมวันจันทร์ &#8211; ศุกร์ ...]]></description>
		<link>http://www.romebe.com/2009/06/05/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99-wat-rong-khun/</link>
			</item>
	<item>
		<title>เลาะชายแดน ฝรั่งเศส-สเปน ที่ Gabas</title>
		<description><![CDATA[Gabas อ่านว่า กา-บ๊าส หมู่บ้านเล็กๆท่ามกลางเทือกเขา Pynenees ในเขตประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเชื่อมต่อไปยังประเทศสเปนบนถนนสาย D934 จากเมืองโป (Pau) และยังเป็นหมู่บ้านสุดท้ายก่อนที่จะเดินทาง(ด้วยเท้า) สู่ยอดเขา pic du midi d’Ossau นอกจากนี้ยังเคยเป็นเส้นทางผ่านของนักบุญ Saint Jacques de Compostelle ในการเดินทางแสวงบุญในช่วงศตวรรตที่ 12 อีกด้วย&#8230; 

[ad#468x15navigation]
ด้วยสภาพภูมิศาสตร์ท่ามกลางหุบเขาสลับซับซ้อนและแฝงไปด้วยกลิ่นไอธรรมชาติอันสวยงาม ทำให้ Gabas กลายเป็นอีกหมู่บ้านหนึ่งที่มีนักท่องเที่ยวที่รักการผจญภัยแวะเวียนผ่านมาอยู่เสมอ
การเดินทาง
Gabas เป็นหมู่บ้านเล็กๆห่างจากเมือง Laruns ประมาณ 13 กิโลเมตร โดยท่านสามารถเข้าถึงหมู่บ้านนี้ได้หลายวิธีดังนี้

รถยนต์ส่วนตัว จากเมือง Pau ให้ใช้เส้นทางหมายเลข D934 มุ่งหน้าสู่ประเทศสเปน
รถประจำทาง : นั่งรถไฟหรือเครื่องบินไปลงที่เมือง Pau จากนั้นจะมีรถโดยสารประจำทางไปยังเมือง Laruns จากนั้นต่อรถไปถึง Gabas ได้

ท่องเที่ยวและกิจกรรม
สถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมสนุกๆมากมายเช่น เดินเขาชมทะเลสาบ Lac d&#8217;Ayous  ทะเลสาบและรถไฟเล็กแห่ง Artouste (Le Petit Train d&#8217;Artouste) สถานีเล่นสกี การชิมเนยแข็งรสเลิศนานาชนิด และการเดินทางโดยรถยนต์ชมทัศนียภาพหุบเขา และการเลี้ยงสัตว์บนหุบเขาสูง ไปตามตะเข็บชายแดนของประเทศฝรั่งเศสและสเปนก็เป็นอีกกิจกรรมที่น่าสนใจเ็ป็นอย่างยิ่ง และนี่คือภาพที่เราจะนำเสนอในวันนี้

เริ่มจากโรงแรมเล็กๆในหมู่บ้าน บนถนนสาย D934 

วิวระหว่างทาง จาก Gabas สู่ประเทศสเปน

ฝูงวัวบนหุบเขาใน Pyrenees

อีกภาพกับฝูงวัวบนหุบเขาใน Pyrenees

ตอนนี้ข้ามมายังเขตประเทศสเปนแล้ว มีร้านอาหารสเปนและขายของพื้นเมือง 

ซื้อของฝากจากสเปนแล้วก็ถ่ายรูปหมู่กันหน่อย ก่อนกลับเข้าฝรั่งเศส

กลับเข้าเขตฝรั่งเศสแล้ว ตอนนี้หาที่จอดรถถ่ายรูปดีกว่า วิวสวยจริงๆ แต่จอดรถยากหน่อย เพราะข้างทางเป็นทางลาดชัน 

นี่แหละวิวข้างทาง

ภาพหมู่ดีกว่าพวกเรา

ฝูงม้าที่ชาวบ้านเลี้ยงไว้

ถ่ายรูปกันเต็มอิ่มแล้วก็เดินทางกลับ
ต้องยอมรับว่าทริปนี้ประทับใจสุดๆ หลังจากเดินเขาไปชมทะเล Lac d&#8217;Ayous กันแบบเหนื่อยสุดๆ วันรุ่งขึ้นก็เดินทางกันแบบสบายๆชมทัศนียภาพข้างทางของแนวเทือกเขา Pyrenees หากท่านเป็นคนรักธรรมชาติ และมีโอกาสได้ไปเยือนทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส อย่าลืมแวะไปเที่ยวที่นี่ Gabas &#8230;.
[ad#300x250white]
]]></description>
		<link>http://www.romebe.com/2009/05/24/gabas-france-spain/</link>
			</item>
	<item>
		<title>อะไร อะไร ก็ ปาย</title>
		<description><![CDATA[ช่วงนี้ฝนตกทุกวันเลย ชีวิตคนเมืองหลวงคงไม่ค่อยสวยงามเท่าไหร่ เพราะรถติดกันเป็นแถวยาว สร้างความหงุดหงิดให้เราตั้งแต่เช้า ฝนตกหนักก็น้ำท่วม พร้อมกับพื้นถนนเฉอะแฉะ รองเท้าถุงเท้า เสื้อผ้า ก็เปราะเปื้อนได้ง่าย ซึ่งดูเหมือนสภาพอากาศแบบนี้จะไม่ค่อยดีเลย จนทำให้ฤดูฝนตกเป็นจำเลยในข้อหาต่างๆที่กล่าวมาทั้งหมด แต่นี่แหละคือฤดูฝน &#8220;ฤดูที่ต้นไม้เริงร่าที่สุด&#8221; อากาศก็เย็นๆ ยิ่งถ้าได้ไปชมธรรมชาติช่วงนี้ รับรองต้นไม้ใบหญ้าเขียวขจี แล้วพอพูดถึงบรรยากาศเย็นๆ ทำให้นึกถึงตอนไปเที่ยว &#8220;เมืองปาย&#8221; เมื่อปลายปีก่อน ปายเป็นเมืองเล็กๆในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งขณะนี้คงไม่มีใครปฏิเสธว่าไม่รู้จัก &#8230;. &#8220;ปาย&#8221;

ปาย เมืองเล็กๆในจังหวัดแม่ฮ่องสอน เมืองซึ่งเคยเป็นเมืองสงบเงียบ มีถนนสายหลักอยู่เส้นเดียว แต่หลังจากมีการนำภาพสวยๆงามเผยแพร่ทางอินเตอร์เน็ต และการบอกกันปากต่อปาก ทำให้ปายในปัจจุบันนี้เป็นจุดหมายที่หลายคนตั้งเป้าว่าจะไปเยือนให้ได้สักครั้งโดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาว สำหรับท่านที่อยากไปเยือนช่วงหน้าฝน อากาศคงไม่หนาวเท่ากับหน้าหนาวอย่างแน่นอน แต่บรรยากาศความเขียวขจี และไอฝน คงไม่ทำให้ท่านผิดหวัง แต่ไม่แนะนำให้ไปล่องแก่งช่วงนี้นะ ฮิๆๆ
ชื่อของ ปาย กลายเป็นเหมือนเครื่องหมายการค้าที่สามารถสร้างรายได้ให้กับผู้ผลิตได้อยู่เสมอ จนต้องยอมรับว่าเราสามารถเห็นสินค้าต่างๆที่มีคำว่า ปาย เป็นส่วนประกอบ ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดในประเทศ เผลอๆ ในต่างประเทศก็อาจพบเห็นได้เช่นกัน 
ภาพชุดนี้เป็นภาพชุดเล็กๆ ที่ไม่ได้แสดงถึงทัศนียภาพอันสวยงามของเมืองปาย แต่เป็นภาพที่มีคำว่า ปาย เป็นส่วนประกอบ และหวังว่าพอดูจบก็อย่าเพิ่งเอียนกับคำว่า ปาย ไปก่อนแล้วกัน  

ป้ายบอกทางในเขตจังหวัดเชียงใหม่

ป้ายบอกทางอีกแห่งในเขตจังหวัดแม่ฮ่องสอน

ป้ายแม่น้ำปาย

ถึงปายแล้วโว้ย !!

เสื้อปายในตลาดคนเดิน

มีเยอะแยะเลย

รถเมล์ เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน และแน่นอนว่าผ่านปายด้วย

เสื้อยืดปายอีกแล้ว

สี่แยกปายหนาว

ที่ว่าการอำเภอปาย

เสื้อยืดปายอีกแบบนึง

กุงเกงชาวประมง กางเกงเล หรือ เตี่ยวสะดอ ก็ปายอีกเช่นกัน
]]></description>
		<link>http://www.romebe.com/2009/05/14/%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3-%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3-%e0%b8%81%e0%b9%87-%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%a2/</link>
			</item>
</channel>
</rss>
